ถ่ายทอดเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันหอมระเหย ปั้น “ชาวสวนท้องร่องคลองจุกกระเฌอ”
ถ่ายทอดเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันหอมระเหย ปั้น "ชาวสวนท้องร่องคลองจุกกระเฌอ"
สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการกลั่นน้ำมันหอมระเหย ปั้น "ชาวสวนท้องร่องคลองจุกกระเฌอ" สู่หน่วยเรียนรู้ต้นน้ำ หนุนฉะเชิงเทราเป็นเมืองสมุนไพรและเมืองแห่งกลิ่นหอม
ผนึกกำลัง มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ขับเคลื่อนห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพรตามแนวทาง BCG Model
ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการและสาธิตกระบวนการกลั่นน้ำมันหอมระเหย ภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนสู่หน่วยเรียนรู้การกลั่นน้ำมันหอมระเหยและสารสำคัญเบื้องต้น รองรับการเป็นเมืองสมุนไพรและเมืองแห่งกลิ่นหอม (Herbal City & Aroma City) จังหวัดฉะเชิงเทรา ณ เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนชาวสวนท้องร่องคลองจุกกระเฌอ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรากร ศรีสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ได้ลงพื้นที่ร่วมจัดกิจกรรมและติดตามการดำเนินงานตลอดการอบรม พร้อมกล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มุ่งใช้องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับศักยภาพการแปรรูปต้นน้ำ เพื่อให้ชุมชนผลิตวัตถุดิบมูลค่าสูงได้ด้วยตนเอง และพัฒนาสู่การเป็น "หน่วยเรียนรู้" ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อให้เครือข่ายอื่นในจังหวัดได้อย่างยั่งยืน
การถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.บุญสิริ ปิตตาแสง สาขาวิชาครุศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิต โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ต่อเนื่อง 3 วัน ให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกกลั่นจริงจากสมุนไพรหอมท้องถิ่น ได้แก่ วันที่ 17 กรกฎาคม กลั่นใบพลู วันที่ 18 กรกฎาคม กลั่นว่านสาวหลง และวันที่ 19 กรกฎาคม กลั่นหมาก
การหยิบวัตถุดิบใกล้ตัวในพื้นที่มาเพิ่มมูลค่าด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สะท้อนหลักคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG ครบทั้งสามมิติ คือ นำความหลากหลายทางชีวภาพของพืชสมุนไพรท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นวัตถุดิบต้นน้ำมูลค่าสูง (Bioeconomy) เก็บเกี่ยวทั้งน้ำมันหอมระเหยและไฮโดรซอลจากการกลั่นชุดเดียวกันอย่างคุ้มค่าและลดของเหลือทิ้ง (Circular Economy) และใช้วัตถุดิบหมุนเวียนในพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น (Green Economy)
โครงการนี้ดำเนินการภายใต้โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อยอดจากการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพรตามแนวทาง BCG Model สู่การเป็นเมืองสมุนไพร (Herbal City) จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งพบว่าชุมชนยังขาดศักยภาพการแปรรูปต้นน้ำ โดยเฉพาะการกลั่นน้ำมันหอมระเหยและการตรวจวิเคราะห์สารสำคัญ อันเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่จำเป็นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง จึงนำมาสู่การออกแบบกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) หลายด้าน ทั้งการสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจฐานราก (SDG 1) การส่งเสริมสุขภาพ (SDG 3) การพัฒนาหน่วยเรียนรู้ชุมชน (SDG 4) การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (SDG
การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม (SDG 9) การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (SDG 12) การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ (SDG 15) และความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย (SDG 17)
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรากร ศรีสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดที่ปริมาณน้ำมันหอมระเหยที่กลั่นได้ในสามวัน แต่อยู่ที่การที่ชุมชนสามารถทำซ้ำ ต่อยอด และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กันเองได้ต่อไป ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนจังหวัดฉะเชิงเทราสู่การเป็นเมืองสมุนไพรและเมืองแห่งกลิ่นหอมอย่างแท้จริง




